เจ้ากรับ

เจ้ากรับ เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๙ ตรงกับปีขาล ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ ที่ชุมชนหลังวัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดธนบุรี เป็นบุตรนายถิน และนางกุ เจ้ากรับ เป็นเจ้าโรงละนอกซึ้งมีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยรัชกาลที่ ๓ – ๔ และเดิมมีชื่อเรียกว่า “กลับ” ชีวประวัติของเจ้ากรับ มีเล่าไว้ว่า เมื่อนางกุตั้งครรภ์ จวนจะครบกำหนดคลอด นางกุพร้อมด้วยลูกชายคนโตไปขายขนมทางเรือด้วยกัน ขณะพายเรือไปตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรือพายที่นั่งมาร่ม ลูกชายจมน้ำเสียชีวิตบริเวณหน้าวัดระฆังโฆสิตาราม นางกุเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก จนกระทั่งวันหนึ่งนางกุ ได้พายเรือไปขายขนมตามปกติ ได้พบกับหญิงชาวมอญคนหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงในด้านเวทย์มนต์คาถา จอดเรืออยู่ นางกุจึงได้เล่าความทุกข์จากการสูญเสียบุตรคนโตให้หญิงชาวมอญฟัง จนในที่หญิงชาวมอญคนนั้น เกิดความสงสาร จึงรับอาสาทำพิธีเพื่อขอให้บุตรชายของนางกุที่เสียชีวิตไปกลับคืนชาติมาเกิดใหม่ เมื่อนางกุตั้งครรภ์และคลอดบุตรออกมาเป็นชาย จึงตั้งชื่อว่า “กลับ” หมายถึง บุคคลผู้ตกน้ำแล้วกลับชาติมาเกิดใหม่ เมื่อนายกลับโตขึ้น ได้ฝึกละครกับคณะละครของครูทองอยู่ ซึ่งเป็นคณะละครนอกอันลือชื่อในสมัยนั้น โดยได้เล่นเป็นตัวเอกในเรื่องอีเหนา ต่อมาได้ย้ายไปเล่นกับคณะครูบุญยัง ซึ่งเป็นละครนอกที่มีชื่อเช่นกัน เมื่อครูบุญยังเสียชีวิต ผู้แสดงละครเริ่มแยกวง ไปคนละทิศละทาง เจ้ากรับจึงพยายามรวบรวมตัวละครขึ้นมาใหม่ และตั้งเป็นคณะละครนอกของตัวเองโดยหน้าที่เป็นทั้งหัวหน้าและผู้แสดงนำหรือ นายโรง เจ้ากรับ ได้ย้ายไปตั้งบ้านเรือนที่บริเวณย่านบางบำหรุ พร้อมกับได้สรรหาผู้แสดงหน้าใหม่มาฝึกเพิ่มเติมจนเป็นคณะละครนอกโรงใหญ่ขึ้น มาโดยพยายามรักษารูปแบบและมาตรฐานการแสดงละครแบบเดิมของครูทั้งสองเอาไว้ คณะละครนอกของเจ้ากรับ แสดงได้ดี มีชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับของคนในย่านบางบำหรุ และคนนอกพื้นที่ สุนทรภู่กวีเอกของไทย ได้กล่าวถึงเจ้ากรับ นายโรงละครนอกไว้ในในสุภาษิตสอนหญิงตอนหนึ่งว่า

“ ครั้นได้ยินเสียงกลองมาก้องหู ยังไม่รู้เนื้อความที่ถามหา
วันนี้ละครใครที่ใหนมา พอรู้ว่าเจ้ากรับเต้นหรับไป ”

เจ้ากรับได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ จนสิ้นพระชนม์จึงได้ถวายตัวกับสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัส ฯ ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เจ้ากรับได้เล่นละครถวายให้พระองค์ทอดพระเนตร

นอกจากนี้ คณะละครของเจ้ากรับได้รับเกียรติเป็นพิเศษให้เป็น ๑ ใน ๗ ของคณะละครที่เปิดทำการแสดงละครในงานสมโภชคลองผดุงกรุงเกษม เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๗ อีกด้วย เจ้ากรับ เล่นละครจนมีชื่อเสียงและมีฐานะมั่นคง จึงได้รวบรวมเงินที่ได้จากการแสดงละครไปซื้อที่ดินบริเวณย่านบางบำหรุ เพื่อสร้างเป็นวัดขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๓ โดยได้ตั้งชื่อว่า วัดนายโรง ซี่งเป็นชื่อที่ชาวบ้านนิยมเรียกตามลักษณะของผู้สร้างคือ นายโรงละคร เพื่อเป็นเกียรติประวัติและอนุสรณ์แก่ตนเอง เจ้ากรับได้สนองคุณของประเทศชาติ พระพุทธศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยความจงรักภักดี นายกรับได้เสียชีวิต เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๙ ตรงกับปีขาล ขณะที่มีอายุได้ ๖๑ ปี ขณะนี้ อัฐิและรูปเหมือนของ เจ้ากรับบรรจุไว้ที่เจดีย์เจ้ากรับหน้าวิหารวัดนายโรง