จิตรกรรมฝาผนัง

เรื่องราวของภาพจิตรกรรมฝาผนังตามอุโบสถและวิหาร โดยทั่วไป ส่วนมากเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติชาดก ชุดทศชาติในมหานิบาตชาดก นอกจากนั้นเป็นเรื่องบริวาร เช่น เทพชุมชน นรก สวรรค์ นางฟ้า ท้องฟ้า เมฆ นอกจากนี้ เรื่องราวในจิตรกรรมฝาผนัง ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่จิตรกรสะท้อนลงไว้ในภาพด้วย

สำหรับการวางตำแหน่งเรื่องราวของภาพจิตกรรมฝาผนังนิยมเขียนไว้บริเวณผนังระหว่างหน้าต่าง ๒ บานที่เรียกว่า ห้องภาพ แต่ละห้องจะเขียนภาพเป็นเรื่อง ๆ ไม่ช้ำตอนกัน เนื้อหาของเรื่องจะสรุปรวมเป็นภาพรวมใหญ่ในห้องภาพเดี่ยวกัน ส่วนตอนบนของห้องภาพ นิยมเขียนเป็นภาพเทพชุมนุมเรียงซ้อนกันเป็นแถวขึ้นไปเป็นชั้น ๆ ถึง ๓ ชั้น สำหรับบริเวณตอนบนเหนือประตูตรงข้ามพระประธานนิยมเขียนภาพพุทธประวัติปางมารวิชัยขนาดใหญ่เต็มห้องตลอดด้าน ส่วนตอนบนด้านหลังพระประธานนิยมเขียนเรื่องพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์กลับจากโปรดมารดา ถัดลงมาข้างล่าง ก็เป็นภาพเกี่ยวกับพระมาลัยลงมาโปรดสัตว์ที่เดือดร้อนอยู่ในนรกภูมิ

สำหรับจิตรกรรมวัดนายโรง การวางตำแหน่งภาพ และเนื้อหานั้น ดำเนินไปตามแบบที่นิยมโดยทั่วไป คือ เนื้อหาหลักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติชุดทศชาติ ด้านหลังพระประธานตอนบนเป็นภาพเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์ ถัดลงมาเป็นภาพชุพระมาลัยโปรดสัตว์ในนรกภูมิ ด้านหน้าพระประธานตอนบนเป็นภาพผจญมารของพระพุทธเจ้า

ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดนายโรง จัดเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญยิ่งของวัด และเป็นจิตรกรรมที่กรมศิลปากรได้จดทะเบียนเป็นจิตรกรรมฝาผนังของชาติทศชาติชาดก

ทศชาติ หมายถึง พระชาติทั้งสิบของพระโพธิสัตว์ที่ทรงบำเพ็ญบารมีต่าง ๆ ก่อนที่จะทรงตรัสรู้เป็นพระสมณโคดมพระชาติ ดังกล่าวคือ

1. เตมีย์ พระโพธิสัตว์ บำเพ็ญเนกขัมมบารมี คือ การออกบวช หลุดพ้นจาก กิเลสทั้งปวง

2. ชนกพระโพธิสัตว์บำเพ็ญวิริยะบารมี คือ การเพียรพยายามแหวกว่ายในมหาสมุทรที่มีคลื่นลมรุนแรงนานถึง ๗ วัน

3. สุวรรณสาม พระโพธิสัตว์บำเพ็ญเมตตาบารมี คือ การไม่อาฆาตต่อผู้ทำร้ายพระองค์ แม้จะถึงซึ่งชีวิต กลับแสดงกิริยาต่อบุคคลนั้นด้วยเมตตา

4. เนมิราช พระโพธิสัตว์บำเพ็ญอธิษฐานบารมี คือ ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ต่อการประพฤติธรรม

5. มโหสถ พระโพธิสัตว์บำเพ็ญปัญญาบารมี คือ ทรงใช้ปัญญาเข้าแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ อย่างหลักแหลมและถูกต้องตามครรลองธรรม

6. ภูริทัต พระโพธิสัตว์บำเพ็ญศีลบารมี คือ ทรงมีพระทัยจดต่อต่อการบำเพ็ญศีล แม้จะมีอุปสรรคนานาประการ

7. จันทกุมาร พระโพธิสัตว์บำเพ็ญขันติบารมี คือ ทรงอดทนต่อภัยที่จะมาถึงพระองค์

8. นารท พระโพธิสัตว์บำเพ็ญอุเบกขาบารมี

9. วิธูร พระโพธิสัตว์บำเพ็ญสัจจบารมี คือ การรักษาคำมั่นของผู้เป็นนาย แม้การรักษาคำมั่นนั้น จะเป็นภัยแก่ตัว

10. เวสสันดรชาดก พระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมี (เป็นพระชาติสุดท้าย) ก่อนที่จะมาตรัสรู้เป็นพระสมณโคดม โดยเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร ทรงบำเพ็ญบารมีทั้งเก้าประการที่บำเพ็ญมาแล้วในอดีตชาติ รวมทั้งทานบารมีที่ทรงบำเพ็ญในชาตินี้ เป็นสิบประการ ซึ่งสามารถแยกกล่าวโดยย่อได้ดังนี้

ทานบารมี ด้วยการบริจาคทานตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ แม้ก่อนจะเสด็จไปเขาวงกต ก็บำเพ็ญสัตตสดกมหาทาน ต่อมาก็ทรงยกสองกุมารและพระมเหสีให้ผู้อื่น
ศีลบารมี โดยทรงรักษาศีลอย่างเคร่งครัด
เนกขัมมบารมี โดยทรงครองเพศบรรพชิต
ปัญญาบารมี โดยบำเพ็ญภาวนามัยปัญญา สำรวมใจมุ่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ
วิริยะบารมี ทรงพากเพียรในการปฏิบัติธรรม
ขันติบารมี ทรงอดกลั้นต่อความทุกข์ ที่ชูชกเฆี่ยนตีสองกุมาร ต่อพระพักตร์ของพระองค์
สัจจะบารมี ทรงรักษาสัจจะว่าจะยกสองกุมารให้ชูชก ก็กระทำตามสัจจะนั้น แม้สองกุมารจะหนีไปซ่อนในสระ ก็ทรงเรียกหาขึ้นมา ชี้แจงเหตุผลด้วยพระเมตตา
อธิษฐานบารมี ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะบำเพ็ญพระโพธิญาณ
เมตตาบารมี ทรงบริจาคทานให้พสกนิกรด้วยพระทัยเมตตา
อุเบกขาบารมี ทรงวางเฉย เมื่อเห็นสองกุมารถูกชูชกเฆี่ยนตี

คนไทยทั่วไป คุ้นเคยกับเวสสันดรมากกว่าชาดก เรื่องอื่นๆ เพราะมีเนื้อเรื่องยาว ในทางวรรณคดีจึงแยกเขียนออกไป ๑๓ กัณฑ์ หรือพันคาถาอย่างที่เราเรียกกันว่าคาถาพัน สำหรับการเทศน์มหาชาติ ถือได้ว่าเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ เป็นกิจกรรมที่ชาวบ้านต้องร่วมกันบำเพ็ญ แม้ในปัจจุบันก็ยังเป็นประเพณีนิยมที่สืบเนื่องมาอย่างไม่ขาดช่วง โดยเฉพาะตามชนบท

คตินิยมในเรื่องเวสสันดร มิได้ปรากฏเฉพาะทางวรรณคดี หรือสัมพันธ์กับชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังปรากฏในจิตวรรณคดีหรือสัมพันธ์กับชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังปรากฏในจิตรกรรมด้วย โดยเฉพาะจิตรกรรมที่วัดสุวรรณรามแห่งนี้ จิตรกรเขียนเรื่องเวสสันดร ไว้หลายห้อง เริ่มตั้งแต่กัณฑ์ทศพรไปจนจบ